ตอบกระทู้คลิกที่นี่
กระทู้ > หมวดจตุคาม+พิธีเสก > ลำดับที่ @ 25369
หัวเรื่อง ประวัติและพิธีจัดสร้างรุ่น 2 ท่านสรรเพ็ชร สุริยัน จันทรา
รายละเอียด
เมื่อองค์จตุคามรามเทพ อนุญาตให้สร้าง พระผงสุริยัน-จันทรา ขึ้นใหม่ ตามที่ประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องต้องการ จึงขอให้ พลตำรวจโทร สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ออกแบบรูปพระโพธิสัตว์นาคปรก 7 เศียร ให้งดงามเป็นเลิศขึ้นด้วย เพื่อช่วยป้องกันภัยพิบัติซึ่งจะเกิดแก่แผ่นดินในปีหน้า โดยให้ทำพิธีปลุกเสก ณ.เสาหลักชัย เหนือยอดเขาบ้านศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ในวันพฤหัสบดี ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา จุลศักราช 1367 ตรงกับวันที่ 10 พฤศจิกายน 2548 เวลา 11.09 นาฬิกา อันเป็น โจโรฤกษ์ ในกลุ่มดาวอุตตรานาฒตรียางค์เสาร์ นวางค์เสาร์ เพื่อให้บังเกิดความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธานุภาพดังปรารถนา
ในวันที่ 4 สิงหาคม 2548 เวลา 09.29 น. เป็นฤกษ์ที่ดีมาก ตามแนวทางของวิชาจตุคามศาสตร์ องค์จตุคามรามเทพได้สั่งให้เททองหล่อพระบูชาพระโพธิสัตว์พังพกาฬ นาคปรก 7 เศียร และ กดพิมพ์พระเนื้อผงสุริยัน- จันทรา ไม้ โดยมีพลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล เป็นประธานการสร้าง
มูลเหตุของการจัดสร้างครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวน ซึ่งอาจเกิดปัญหาซึ่งจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และตามหลักการของโหราศาสตร์ ประกอบกับญาณแห่งองค์จตุคามรามเทพ ก็บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน
สิ่งหนึ่งที่จะมาช่วยศิษยานุศิษย์ ได้ คือ วัตถุมงคลของหลักเมืองที่เคยปรากฏอภินิหารให้เป็นที่ประจักษ์มาแล้ว แต่เนื่องจากวัตถุมงคลรุ่นแรกๆ อันได้แก่ พระผงสุริยัน-จันทรา และพระโพธิสัตว์พังพกาฬนาคปรก 7 เศียร มีจำนวนน้อย หายาก ราคาก็สูงขึ้นเป็นแสนจนถึงหลายแสนบาท ทำให้ไม่ทั่วถึงและเกินกำลังทรัพย์ที่จะแสวงหามากราบไหว้บูชาได้ ท่านจึงมีบัญชาให้จัดสร้างขึ้นดังกล่าว
อาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเป็นนาคปรก 7 เศียร ขอเรียนอธิบายโดยย่อ คือ ย้อนหลังไปในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย การสร้างพระนาคปรก 7 เศียร จะเป็นพระของระดับมหาอุปราช หรือ แม่ทัพ (นาคปรก 9 เศียร สร้างได้เฉพาะกษัตริย์เท่านั้น) ซึ่งเป็นนักรบ มีหน้าที่ต่อสู้ป้องกันผืนแผ่นดินจากการรุกรานของศัตรู จึงต้องมีคุณสมบัติที่เข้มแข็งเด็ดขาด มีพลังกล้าแข็ง รบเก่ง เพราะฉะนั้นนาคปรก 7 เศียร จึงเปรียบเสมือน ขุนศึก ที่สามารถปะทะและต่อสู้กับภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์พังพกาฬนาคปรก 7 เศียร รุ่นแรก ได้เคยแสดงอภินิหารในการห้ามพายุใหญ่ที่มีทิศทางเข้าปะทะจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เปลี่ยนเส้นทางออกไป
ในครั้งนี้องค์จตุคามรามเทพ จึงให้สร้างพระโพธิสัตว์พังพกาฬนาคปรก 7 เศียรขึ้น เพื่อต้านทานพายุเศรษฐกิจที่กำลังจะพัดเข้ามายังประเทศไทย รวมทั้งภูมิภาคอื่นๆ ในโลก โดยเน้นศิลปะให้เป็นเอกลักษณ์ของหลักเมืองนครศรีธรรมราชที่เคยสร้างขึ้นมาในยุคแรกๆ
อันว่า ศิลปของหลักเมืองนครศรีธรรมราชนั้น เป็นศิลปกรที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยการนำเอาศิลปะศรีวิชัย และศิลปะขอมมาผสมผสานกัน เกิดเป็นศิลปะเฉพาะของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ทั้งนี้โดยอ้างอิงหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ 35 ระบุว่า กรุงศรีธรรมโศกเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรศรีวิชัย ศิลาจารึกของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 แห่งเขมร จารึกว่าได้นำศิลปะวิทยาการศรีวิชัยไปเผยแพร่ในราชอาณาจักรของพระองค์ สำหรับ พระผงสุริยัน-จันทรา ท่านพลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ได้มอบผงและมวลสารต่างๆ ที่ใช้ผสมในพระผงสุริยัน-จันทรารุ่นแรกอย่างครบถ้วน นากจากนี้ยังมีมวลสารที่องค์จตุคามรามเทพ สั่งให้นำมาเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก องค์จตุคามรามเทพ พิมพ์น้ำตาลแว่น จัดสร้างขึ้น 2 สี สีขาวและสีดำ รูปแบบดูแล้วเหมือนน้ำตาลแว่นปี 30 ทุกอย่าง มีการแต่งเติมแม่พิมพ์บางส่วน ให้ดูส่วนงามมากยิ่งขึ้น
เนื้อหามวลสารโลหะที่ใช้สำหรับการหล่อพระบูชานาคปรก 7 เศียร
1. ชนวนพระโพธิสัตว์พังพกาฬนาคปรก 7 เศียร รุ่นแรกปี 32
2. ชนวนพระโพธิสัตว์พังพกาฬนาคปรก 9 เศียร ปี 34
3. ชนวนพระโพธิสัตว์พระนาคปรก 9 เศียร รุ่น 2 (เกาะเภตรา)
4. ชนวนพระปิดรุ่นคันฉ่อง สองจักรพรรดิ์
5. ชนวนเหรียญพระปิดตาพังพกาฬ
6. เหรียญแสตมป์หลักเมือง ปี 30 เป็นจำนวนมาก
7. เหรียญแสตมป์พระโพธิสัตว์พังพกาฬ ปี 32
8. ชนวนจากพิธีสำคัญๆ
พระบูชา 7 เศียร จัดสร้างขึ้นจำนวน 579 องค์ ความสูง 65 ซ.ม. น้ำหนัก 17 กิโล วันปลุกเสก 10 พฤศจิกายน 2548
สถานที่ปลุกเสก ยอดเขาในเขต หล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ หลายท่านอาจจะงุนงงสงสัยว่าทำไมจึงมาปลุกเสกกันในสถานที่แถบนี้ มีเหตุผลอะไร ขอถือโอกาสเรียนชี้แจง เพื่อความกระจ่างและทราบโดยทั่วกันดังนี้ สืบเนื่องมาจากดินแดนแถบนี้ก่อตั้งเป็นเมืองขึ้นภายหลัง กรุงสุวรรณปุระ และ กรุงธรรมราชปุระ ซึ่งองค์จตุคามปกครองอยู่ไม่นานนัก โดยองค์จตุคามได้ส่งองค์รามเทพขึ้นมาก่อตั้งและปกครองอาณาจักรฟูนัน ตั้งแต่สมัยเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ ณ.บริเวณเมืองศรีเทพ และได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ ซึ่งต่อมาอาณาจักรและนครรัฐต่างๆ ในแถบภาคเหนือตอนล่างล้วน แต่มีรากเหง้าไปจากผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเพชรบูรณ์
ทั้งนี้องค์จตุคามรามเทพได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้เตรียมการไว้ โดยขอให้สถาปนาเสาหลักเมืองเหนือเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ในวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2547 เวลา 10.29 นาฬิกา เมื่อดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในราศีตุล 27 องศา เกาะตรียางค์เสาร์ นวางเสาร์ และราศีมังกร อันเป็นเรือนเกษตรของดาวเสาร์ ตรงจุดโจโรฤกษ์ ณ.ยอดเขาแห่งนี้มีเสาหลักเมืองประดิษฐานอยู่ สั่งทำพิธีโดยองค์จตุคามรามเทพ เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2547 เหตุที่ใช้สถานที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากดินแดนแถบนี้ก่อตั้งเป็นเมืองขึ้นมา พร้อมๆ กับกรุงสุวรรณปุระ และกรุงธรรมราชปุระ ซึ่งองค์จตุคามปกครองอยู่ และได้ส่งองค์รามเทพ ขึ้นมาครองยังเมืองที่ปัจจุบันเรียกว่า ศรีเทพ ซึ่งต่อมาช่วงพุทธศตวรรษที่ปรากฏซึ่งในประวัติศาสตร์ว่าอาณาจักรฟูนัน

ภาพตัวอย่างนำมาจากเพื่อนสมาชิก นำมาให้ดูเป็นความรู้กันครับ
ผู้ตั้งกระทู้ นิรนาม ( mnllll1234@yahoo.com ) พระเกจิฯเนื้อเงินลงยา เยี่ยมร้านสมาชิก
ระดับ ผู้ซื้อให้คะแนน  155  ครั้ง
  โทรศัพท์ : 081-5542195
วันที่ตั้งกระทู้ 30/7/2550 13:07:24
วันที่ปิดประมูล 0:00:00
ราคาเริ่มต้น   บาท
เพิ่มขั้นต่ำครั้งละ   บาท
ราคาปัจจุบัน   บาท
ผู้ชนะการประมูล
Username
ชื่อ-นามสกุล   
ที่อยู่
โทรศัพท์
E-mail
เลขที่บัญชี เลขที่บัญชี :
ชื่อบัญชี :
ชื่อธนาคาร :
สาขา :
ประเภทบัญชี :
ข้อความคิดเห็นที่ 1
ข้อความ

รุ่น 2 ปี 2549 พิมพ์เล็ก
ราคาที่เสนอ .00 บาท
ผู้เสนอความเห็น นิรนาม ( mnllll1234@yahoo.com ) พระเกจิฯเนื้อเงินลงยา เยี่ยมร้านสมาชิก
โทรศัพท์ : 081-5542195   เมื่อ 30/7/2550 13:14:11
ข้อความคิดเห็นที่ 2
ข้อความ

พระบูชาครับ

ราคาที่เสนอ .00 บาท
ผู้เสนอความเห็น มีเงินมีทอง ( chayooh@hotmail.com )
โทรศัพท์ : 081-0481959   เมื่อ 4/5/2551 12:08:34
ข้อความคิดเห็นที่ 3
ข้อความ

ราคาที่เสนอ .00 บาท
ผู้เสนอความเห็น มีเงินมีทอง ( chayooh@hotmail.com )
โทรศัพท์ : 081-0481959   เมื่อ 4/5/2551 12:09:50

Login เพื่อพูดคุยกับเจ้าของกระทู้
Member :: สมาชิก
User name :  
Password :  

สมัครสมาชิกใหม่
หากลืมรหัสผ่านคลิกที่นี่
 จำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 7826  ท่าน
 จำนวนร้านค้า 28  ร้าน
 ผู้เยี่ยมชม 9432468
 ผู้เยี่ยมชมขณะนี้   63   ท่าน